โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone)

โกรทฮอร์โมน คือ?

โกรทฮอร์โมนเป็นฮอร์โมนหลักที่เกี่ยวข้องกับทุกระบบและทุกการทำงานของร่างกาย  ถูกสร้างและหลั่งออกมาจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าขณะนอนหลับสนิท หน้าที่หลักกระตุ้นทุกระบบในร่างกาย ควบคุมการทำงานเนื้อเยื่อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ควบคุมการเผาผลาญและเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน ช่วยฟื้นฟูชะลอวัยเซลล์ทั่วร่างกาย ดูแลหลอดเลือด เซลล์เม็ดเลือด เพิ่มInsulin like growth factorเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ปรับระดับความดันให้เป็นปกติ ฟื้นฟูระบบประสาท สมอง กระดูก กล้ามเนื้อ ปรับสภาพผิวให้เต่งตึง สีผิวสม่ำเสมอ ลดรอยดำรอยแผลเป็น เพิ่มภูมิคุ้มกัน บำบัดโรคหลายชนิด เช่น ไมเกรน ความเครียด นอนไม่หลับ ปวดหัว ปวดเอว ปวดข้อ ปวดประจำเดือน วัยทอง ภูมิแพ้ สิว กระฝ้า ริ้วรอย สะเก็ดเงิน โรคกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน เป็นต้น

การลดลงโกรทฮอร์โมน

จากการวิจัยพบว่าหลังจากอายุ 25 ปี ฮอร์โมนนี้จะลดลง 15% ทุกๆ 10 ปี จนเมื่ออายุ 60 ปี โกรทฮอร์โมนจะลดลงเหลือต่ำกว่า 10% ของวัยหนุ่มสาว ผลร้ายที่ตามมาคือ ทำให้เหนื่อยล้า อ่อนเปลี้ยเพลียแรง นอนหลับไม่สนิท ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานช้าลง ส่งผลให้อ้วนง่าย ความจำแย่ลง สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง และอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น โรคกระดูก โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต เบาหวาน ความดันโลหิต มะเร็ง อัลไซเมอร์ เป็นต้น ซึ่งลักษณะข้างต้นนี้คือลักษณะของผู้ที่เป็น “โรคชรา”นั่นเอง หรือท่านสามารถสังเกต 9 สัญญาณบ่งบอกการลดลงของโกรทฮอร์โมนได้ดังต่อไปนี้

  • ผิวหนังเหี่ยวย่นและบางลง
  • ความแข็งแรงกล้ามเนื้อลดลง
  • หัวใจทำงานลดลง
  • ผมร่วงผมบางลง
  • ไม่กระฉับกระเฉง ไม่มีชีวิตชีวา
  • กระดูกบางลง
  • ไขมันสะสมมากขึ้น
  • ระบบภูมิคุ้มกันลดการทำงานลง
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ผลงานวิจัยโกรทฮอร์โมน

Dr.Philip Miller ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ผู้มีชื่อเสียงของอเมริกาจัดโกรทฮอร์โมนเป็นวิธีการต้านความชราที่ดีที่สุด จากการศึกษากว่า 28,000 ชิ้นทั่วโลกยืนยันถึงประสิทธิภาพของ โกรทฮอร์โมนในการช่วยฟื้นฟูความหนุ่มสาวและชะลอความชรา จนได้รับฉายาว่า “น้ำพุแห่งความเยาว์วัย”

จากการทดลองของ Dr.Daniel Rudman ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ The New England Journal of Medicine  โดยทดลองให้คนอายุ 65 ปี ได้รับโกรทฮอร์โมนโดยทดลองใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าสามารถชะลอโรคชราได้ 10-20 ปี  นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกมากมายที่เป็นตัวยืนยันถึงประสิทธิภาพของโกรทฮอร์โมนในด้านต่างๆมีดังนี้

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านจิตใจ

จากรายงานของDr.Gudmundur Johannsson พบว่า โกรทฮอร์โมนมีผลต่อสารสื่อประสาท (Neuro-transmitter) เช่น B-Endorphin ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารระงับความปวดที่ดี ลดระดับโดพามีน (Dopamine) ที่มีผลต่อความรุนแรงของอารมณ์ โดยโกรทฮอร์โมนมีผลคล้ายยาแก้ซึมเศร้า (Anti-depressant) และไม่มีผลข้างเคียง ช่วยลดความเครียด มีสมาธิมากขึ้น ฟื้นฟูความจำและเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านความจำ

จากการวิจัยของ Dr. Jan Berend Deijen และคณะ พบว่าผู้ที่มีโกรทฮอร์โมนต่ำกว่าปกตินั้น จะสูญเสียความทรงจำในระยะสั้น ความสัมพันธ์ระหว่างตาและมือลดลง รวมไปถึงการมีผลต่อความจำระยะยาวอีกด้วย IQ ก็จะต่ำลง การเสริมโกรทฮอร์โมน เข้าไปนั้น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการตื่นตัวมากขึ้น กระตือรือร้น มีการจดจำที่ดี อาการหลงๆลืมๆน้อยลง มีสมาธิดีขึ้น สามารถโต้ตอบต่อสิ่งเร้าได้เร็วขึ้น ความทรงจำฟื้นกลับมาปกติ

จากการวิจัยมหาวิทยาลัย Aukland นิวซีแลนด์ เรื่องการเสริมโกรทฮอร์โมนให้เด็ก พบว่าเด็กมีพัฒนาการดีขึ้น IQ สูงขึ้น การเรียนรู้ รัยรู้ได้ดี ผลการเรียนดีขึ้น  และมีผลช่วยลดอาการเซลล์สมองตาย โดยเฉพาะสมองส่วนด้านความจำ ความคิดวิเคราะห์ได้ ในผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม เช่น พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ กล้ามเนื้อสมองฝ่อลีบ ระบบประสาทมาเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้ไม่ดี (Multiple sclerosis) เมื่อได้รับโกรทฮอร์โมนช่วยให้ลดการสูญเสียของเซลล์ต่างๆในร่างกาย สมองทำงานได้ดีขึ้น กลับคืนสู่ความเป็นหนุ่มสาวได้อีกครั้ง

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านกล้ามเนื้อ

จากวารสารทางการแพทย์นิวอิงแลนด์ มีการศึกษาในคนอายุ 60-80 ปี พบว่า มีการเพิ่มของกล้ามเนื้อ ทั้งปริมาณและความหนาแน่น นายแพทย์ L. Cass Terry กล่าวว่าโกรทฮอร์โมนสามารถลดไขมันได้ภายใน 2 เดือน 88% ของผู้ที่ได้รับโกรทฮอร์โมน พบว่าช่วยเพิ่มขนาดและความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ทำให้ทนทำงานหนักและออกกำลังกายได้นานขึ้นและทนต่อแรงกดดันจากการทำงานได้ดี ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ที่มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ก็มีอาการดีขึ้น จากที่ต้องนั่งรถเข็น หรืออยู่แต่ในบ้านก็สามารถออกมาข้างนอกได้มากขึ้น มีการเคลื่อนไหวของข้อต่อดี ป้องกันโรคข้อเสื่อมก่อนวัย ผู้สูงอายุสามารถยืนได้เอง

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านสมรรถภาพทางเพศ

จากการศึกษาค้นคว้าของ L. Cass Terry และ Edmune Chein โดยศึกษาจากคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ 1,290 คน พบว่า 2 ใน 3 ของผู้รับการบำบัด เมื่อได้รับโกรทฮอร์โมน จะมีสมรรถภาพทางเพศเพิ่มขึ้น แสดงว่า มีผลต่อสมรรถภาพทางเพศในทั้งหญิงและชาย

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านการนอนหลับ

ร่างกายจะสามารถหลั่งโกรทฮอร์โมน ได้เองในช่วงที่เรานอนหลับ แต่คนที่มีปัญหาทางด้านการนอนไม่หลับ เป็นโรคนอนไม่หลับหรือต้องอดนอนบ่อยๆ ร่างกายจะไม่สามารถผลิตฮอร์โมนนี้เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในช่วงเวลานั้นได้ เมื่อตื่นนอนก็ไม่สดชื่น กระทบต่อการทำงานในวันรุ่งขึ้น การได้รับโกรทฮอร์โมนนั้นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของต่อมไพเนียลในการผลิตเมลาโทนิน ซึ่งช่วยให้รู้สึกง่วงนอน

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านเร่งการหายของบาดแผล

Dr. Ronald Klatz ค้นพบว่าโกรทฮอร์โมน ช่วยให้การหายของบาดแผลเร็วขึ้น เพราะไปช่วยกระตุ้นกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยฟื้นฟูบาดแผล สร้างเนื้อเยื่อให้ประสานกัน เนื้อเยื่อจะแข็งแรงขึ้น ผิวหนังยืดหยุ่นได้ดีช่วยทำให้บาดแผลหายเร็วขึ้น อีกทั้งฟื้นฟูการยึดติดของกระดุกในผู้ป่วยกระดูกหัก ในผู้ป่วยบาดแผลจากไฟไหม้ขั้นรุนแรงและแผลจากการผ่าตัด ได้ผลดี แผลหายเร็วขึ้น ผู้ป่วยที่ได้รับการฟื้นฟูกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วขึ้น

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านไขมันและมวลกล้ามเนื้อ

โกรทฮอร์โมนมีผลในการช่วยลดไขมันและช่วยลดน้ำหนัก ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ในบางรายเมื่อได้รับโกรทฮอร์โมนจะน้ำหนักไม่ลดแต่ไขมันจะถูกขับออกและมีการสร้างมวลกล้ามเนื้อเข้าไปแทนที่ในปริมาณที่เท่ากัน ทำให้ร่างกายฟิตและเฟิร์มขึ้นกว่าก่อนใช้โกรทฮอร์โมน ช่วยกำจัดไขมันได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย ถ้ามีการเสริมอาหารที่มีเส้นใยในการควบคุมน้ำหนักเพิ่มด้วย จะช่วยเสริมให้โกรทฮอร์โมนมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างมาก

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านผิวพรรณและความเรียบเนียนของผิว

โกรทฮอร์โมนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นเหมือนดังผิวของคนหนุ่มสาว ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดรอยเหี่ยวย่นบนผิวหน้าและตามร่างกาย ลดรอยตีนกา ช่วยฟื้นฟูให้กลับมาหนุ่มสาวได้อีกครั้ง

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านกระดูก

นายแพทย์ Gudmundur Johansson มีการทดสอบในกลุ่มคนอายุระหว่าง 23-66 ปี พบว่า มีปัญหาขาดโกรทฮอร์โมนอย่างมาก แต่หลังจากได้รับโกรทฮอร์โมนเพิ่มเป็นเวลา 2 ปี พบว่ามีความหนาแน่นของมวลกระดูกที่เพิ่มขึ้น พบที่กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน มีแคลเซียมในกระดูกมากขึ้น ลดการแตกหักของกระดูกได้ดีโกรทฮอร์โมนจะไปกระตุ้นเซลล์กระดูกชนิด Osteoblast เพื่อทำการสร้างเซลล์กระดูก อีกทั้งยังช่วยให้วิตามินบี 3 เข้าไปจับแคลเซียมเพื่อให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันกระดูกแตกง่ายได้อีกด้วย ความหนาแน่นของมวลกระดูกจะเพิ่มขึ้นได้เหมือนเดิมภายใน 2 ปี และมีผลดีที่เกี่ยวพันกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective tissue) ได้ภายใน 1 สัปดาห์

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านโรคหัวใจ

วารสารทางการแพทย์ นิวอิงแลนด์ (New England) พบว่ามีการเสียชีวิตจากการวูบหมดสติ (Stroke)  ถึง 1.5 ล้านคน หากเราได้รับโกรทฮอร์โมน เพิ่มจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคนี้ได้มากขึ้น ช่วยลดภาวะความดันโลหิตช่วงล่าง (Diastolic Pressure) ได้ถึง 10% หลังจากได้รับเพียง 6 เดือน การได้รับโกรทฮอร์โมนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานของหัวใจ จึงลดเปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดได้ ช่วยให้ระดับโคเลสเตอรอลกลับมาเป็นปกติเพราะไปช่วยลดไขมันเลวลง (LDL) ช่วยเพิ่มไขมันดี (HLD) ลดความดันช่วงล่าง (Diastolic pressure) ได้ถึง 10% ช่วยให้ความเสี่ยงต่อการเกิดหัวใจวายเฉียบพลันน้อยลง จากการวิจัยในวารสารทางการแพทย์นิวอิงแลนด์ (New England) โดยการทดสอบกับผู้ป่วยโรคหัวใจ 7 ราย พบว่ามีการเพิ่มออกซิเจนให้กับหัวใจ ทำให้ผนังกล้ามเนื้อหนาขึ้นในหัวใจห้องด้านซ้าย (Left Ventricular Wall) สิ่งเหล่านี้ทำให้หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดได้ดีขึ้น ผู้ป่วยมีการออกกำลังกายได้มากกว่าก่อนและมีสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาก

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านการทำงานของปอด

การงานวิจัยจาก David Clemmons หัวหน้าแผนกต่อมไร้ท่อแห่งมหาวิทยาลัยแพทย์ North Carolina พบว่าการเพิ่มโกรทฮอร์โมน ให้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านการทำงานของปอด ภายใน 3 สัปดาห์ พบว่ามีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การหายใจดีขึ้น อาการเหนื่อยหอบลดลง ในการวิจัยกับผู้ป่วยที่เป็นโรคถุงลมโป่งพอง พบว่ามีผลที่ดีเช่นกัน

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านการเพิ่มพลังงาน

โกรทฮอร์โมนช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบัน เพราะเมื่อสภาพอารมณ์ทางด้านจิตใจดีขึ้น พลังงานในการทำงานก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ผู้สูงอายุมักจะมี โกรทฮอร์โมนลดลง ทำให้ประสิทธิภาพของอวัยวะต่างๆในร่างกายเสื่อมถอย ส่งผลต่อการทำงาน เมื่อรับ โกรทฮอร์โมนจะช่วยป้องกันเซลล์ที่ได้รับบาดเจ็บ ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้แก่เซลล์ ฟื้นฟูอวัยวะที่เสื่อมถอยไปตามกาลเวลาและมีผลทางด้านจิตใจอีกด้วย Dr. Bengtsson ทดสอบกับผู้ป่วยแล้วพบว่าลดอาการอ่อนเพลีย หลังจากใช้ โกรทฮอร์โมนเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านการฟื้นฟูระบบภูมิต้านทานร่างกาย

เมื่อระบบภูมิต้านทานในร่างกายดีขึ้น จะสามารถป้องกันโรคต่างๆที่จะเข้ามาในร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไป ที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทานได้น้อยมากหรืออาจจะไม่มีภูมิต้านทานแล้วก็ตาม สามารถกลับมามีภูมิต้านทานเทียบกับคนอายุ 20 ปีได้โดยโกรทฮอร์โมนจะไปซ่อมแซมระบบภูมิต้านทาน ปรับสมดุล DHA ช่วยให้หลั่งสารอินซูลินที่มาจากต่อมไร้ท่อในร่างกายเพื่อกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ ปรับสมดุลชีวเคมีในสมอง ช่วยป้องกันเชื้อโรค เชื้อฉวยโอกาสต่างๆ เพิ่มระดับของ IGF-1 ในร่างกาย ผู้ที่มีโกรทฮอร์โมนต่ำ มีผลกระทบต่อภูมิต้านทานในร่างกาย ทำให้ไม่สบาย ผิวหนังเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัยอันสมควร เมื่อสุขภาพไม่ดีอายุก็จะไม่ยืนยาว การเพิ่มการหลั่งโกรทฮอร์โมนให้สูงขึ้น ผิวพรรณจะกลับมาสดใสภายในไม่กี่สัปดาห์ ช่วยชะลอความชราได้ สุขภาพดีขึ้น มีพลังในการใช้ชีวิต เมื่อระบบภูมิต้านทานในร่างกายดีขึ้น การควบคุมการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายจะกลับสู่ภาวะปกติ ทั้งสมอง ตับ หัวใจ กระดูก ช่วยทำให้มีอายุที่ยืนยาวได้อีกนาน

โกรทฮอร์โมนกับผลด้านการมองเห็น

ผู้สูงอายุมักมีปัญหาทางด้านสายตาควบคู่กัน เพราะร่างกายเสื่อมสภาพลงรวมไปถึงเลนส์สายตา ที่ขาดความยืดหยุ่น ผู้สูงอายุ 80 ปี จะมีสายตาที่เสื่อมถอยลงกว่าคนอายุ 20 ปี ถึง 3 เท่า เมื่อร่างกายได้รับโกรทฮอร์โมนจะทำให้สายตาดีขึ้น มีการมองเห็นที่ชัดเจนขึ้นภายใน 1 เดือนและดีขึ้นเรื่อยๆใน 6 เดือนต่อมา

โกรทฮอร์โมนทำให้อายุยืนยาว

เมื่อร่างกายมีระดับโกรทฮอร์โมนที่สูงขึ้น จะช่วยยืดอายุให้ยืนยาวได้ จากการทดลองในสัตว์ นักวิทยาศาสตร์ Dr. Khanasri และ Gustad แห่งมหาวิทยาลัย North Dakota State พบว่าการได้รับโกรทฮอร์โมนเพิ่มช่วยป้องกันการเกิดเชื้อโรคแปลกปลอมทำให้ร่างกายไม่เสื่อมสภาพง่าย ระบบภูมิต้านทานดี มีอายุที่ยืนยาวขึ้น

นายแพทย์Ronald klatz ประธาน The American Academy of Anti-Aging Medicine ผู้แต่งหนังสือชื่อ “Grow Young with HGH” ระบุในหนังสือว่า “ปัจจุบันเราสามารถทําให้คนหนุ่มหรือ สาวขึ้นได้ถึง 10-20 ปีในอดีตความแก่ชราถือว่าเป็นสัจธรรมของชีวิต คือ ทุกคนต้องแก่ แต่ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ถือว่า ความแก่เป็นโรคชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาได้ ซึ่ง โกรทฮอร์โมน human growth hormone (HGH) ถือเป็นปัจจัยที่สําคัญที่ทําให้ชีวิตยืนยาว

นายแพทย์Edmund Chein กล่าวว่า โกรทฮอร์โมน human growth hormone (HGH) เป็นสารฮอร์โมนชนิดเดียวที่สามารถชะลอความชราภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

Dr. Grace Wong กล่าวว่า เมื่อเราอายุมากขึ้นระดับของโกรทฮอร์โมนจะลดลง 14% ในทุกๆ 10 ปีทําให้การสร้างเอนไซม์โปรทีเอส อินฮิบิเตอร์ (Protease Inhibitor) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ช่วยปกป้องไม่ให้โปรตีนในร่างกาย เราถูกทําลายและเกิดอนุมูลอิสระ (Free Radicals) เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหากโปรตีนในเซลล์ถูกทําลาย ในระดับผิวเซลล์จะก่อให้เกิดผนังเซลล์เหี่ยวย่น ผิวหนังก็จะเหี่ยวย่น และถ้าเซลล์ถูกทําลายในระดับนิวเคลียสจะทําให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคเบาหวาน โรคความจําเสื่อม โรคกระดูกพรุน เป็นต้น